ความคืบหน้ากรณีที่เจ้าหน้าที่จาก กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ ตำรวจปราบปรามยาเสพติด บุกตรวจค้นแฟลตตำรวจที่ถูกใช้เป็นจุดพักยานอนหลับ จนนำไปสู่การพบของกลางเป็นกล่องลังกว่า 10 ลัง พร้อมเชื่อมโยงไปถึง อัญชุลี จงคดีกิจ หรือที่รู้จักในชื่อ “หมอแอร์” แพทย์หญิงยศพันตำรวจเอกแห่ง โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งถูกระบุว่าเป็นหัวหน้าขบวนการสั่งซื้อยาผิดปกติจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดยมีพฤติกรรมสั่งซื้อยากลุ่มยานอนหลับอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลจากการสืบสวนชี้ว่า ตั้งแต่ปี 2565 หมอแอร์มีการสั่งซื้อยาอัลปราโซแลม ซึ่งเป็นยาควบคุมอย่างเข้มงวดและมักถูกเรียกว่า “ยาเสียสาว” ครั้งละประมาณ 3 แสนบาท และทำต่อเนื่องหลายครั้ง จนถึงปี 2568 มีเงินหมุนเวียนในระบบสูงถึง 400 ล้านบาท โดยพบว่ามีการแอบอ้างชื่อคลินิกถึง 11 แห่งเพื่อใช้ในการสั่งซื้อยา มีแพทย์ร่วมเกี่ยวข้อง 5-6 คน แต่มีเพียงหมอแอร์คนเดียวที่เป็นผู้ชำระเงินทั้งหมด อีกทั้งยังตรวจพบการใช้บัตรประชาชนของผู้เสียชีวิตเวียนมาใช้เบิกยา
ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ นายกองตรี ดร. ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ในเบื้องต้นกรณีหมอแอร์ไม่เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลตำรวจโดยตรง เพียงแต่หมอแอร์เป็นแพทย์ที่ปฏิบัติงานอยู่ที่นั่นเท่านั้น ขณะนี้โรงพยาบาลตำรวจได้รับทราบเรื่องและอยู่ระหว่างพิจารณาดำเนินการทางวินัย โดยรายงานยังระบุว่าในปี 2567 พบการสวมชื่อคนตายเพื่อรับยากว่า 250 คน และในปี 2568 อีกกว่า 120 คน รวมแล้วในช่วง 2 ปี มีการสวมชื่อผู้เสียชีวิตกว่า 370 คน
เมื่อเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบคลินิกแห่งหนึ่งที่จดทะเบียนเป็นคลินิกเวชกรรม กลับพบว่าภายในประกอบกิจการสักลาย โดยหมอแอร์ทำหน้าที่ลบรอยสัก แต่ยังไม่พบการใช้ยาอัลปราโซแลมในสถานที่ดังกล่าว ทั้งนี้เจ้าหน้าที่เตรียมลงตรวจสอบคลินิกทั้งหมด 11 แห่งที่เกี่ยวข้อง โดยคาดว่ามีแพทย์เกี่ยวข้อง 5-6 คน พร้อมกันนี้ได้ตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียดอีกครั้ง พบว่ามีเงินหมุนเวียนสูงถึง 400 ล้านบาท ไม่ใช่เพียง 80 ล้านบาทตามที่เคยประเมิน และเข้าข่ายลักษณะของการฟอกเงิน
จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินยังพบความเชื่อมโยงกับคลินิกทั้ง 11 แห่ง โดยเป็นของหมอแอร์เอง 2 แห่ง และที่เหลือเป็นคลินิกที่จดทะเบียนถูกต้องมีแพทย์เป็นเจ้าของถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งในวันเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวหมอแอร์จากบ้านพักย่านราชดำริมาตั้งแต่ช่วงเช้า ทั้งนี้ระบบสั่งซื้อยานอนหลับต้องทำผ่าน อย. โดยใช้ชื่อคลินิกเป็นผู้สั่งซื้อ แต่พบว่าผู้ชำระเงินทั้งหมดเป็นชื่อของหมอแอร์เพียงคนเดียว ทำให้กลายเป็นจุดพิรุธสำคัญ
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พิจารณาว่าความผิดเข้าข่ายความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดซึ่งเป็นความผิดร้ายแรง และยังเชื่อมโยงกับการฟอกเงินอีกด้วย การให้ประกันตัวหรือไม่อยู่ในดุลยพินิจของศาล ซึ่งการตรวจสอบผู้ได้รับยาสามารถเช็กได้จากเวชระเบียน โดยยากลุ่มนี้หากถูกนำไปผสมในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือเครื่องดื่มอื่น ๆ จะทำให้ผู้ดื่มมีอาการเคลิ้มหรือหมดสติ และหากนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์อาจเป็นอันตรายอย่างมาก
เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจอย่างยิ่งในสังคม เพราะหมอแอร์เป็นแพทย์หญิงที่มีภาพลักษณ์น่าเชื่อถือ แต่กลับตกเป็นผู้ต้องหาคดีร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดและฟอกเงิน ล่าสุดได้มีการประสานไปยัง แพทยสภา เพื่อให้ตรวจสอบจริยธรรมความเป็นแพทย์ของหมอแอร์ควบคู่กันไปด้วย




