ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา “พิคเคิลบอล” หรือ Pickleball ได้กลายเป็นกีฬาที่ถูกพูดถึงในวงกว้างและขยายความนิยมไปอย่างรวดเร็วในหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ที่มีผู้คนตั้งแต่เด็กไปจนถึงวัยเกษียณเข้าร่วมเล่นกันอย่างต่อเนื่อง ด้วยความที่เล่นง่าย ไม่ต้องใช้แรงมาก และเข้าถึงได้ทุกวัย
กีฬานี้เป็นการผสมผสานระหว่างกีฬาเทนนิส แบดมินตัน และปิงปอง ผู้เล่นจะใช้ไม้ Paddle ซึ่งมีลักษณะคล้ายไม้ปิงปองขนาดใหญ่ และลูกบอลพลาสติกแบบมีรูที่เรียกว่า Wiffle Ball ใช้สนามขนาดเล็กกว่าสนามเทนนิส และมีโซนพิเศษที่ชื่อ “Kitchen” หรือ “เขตห้ามตีวอลเลย์” อยู่หน้าตาข่าย เพื่อเพิ่มมิติของกลยุทธ์ในการเล่น
ข้อดีหลักของ Pickleball คือสามารถเริ่มเล่นได้ทันที ไม่ต้องมีทักษะมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ไม่ชอบกีฬาที่ใช้แรงเยอะ หรือผู้สูงอายุก็สามารถสนุกกับเกมได้แบบไม่เหนื่อยเกินไป เกมมีจังหวะเร็ว เหมือนเล่นปิงปองบนสนามแบดมินตัน และยังใช้พื้นที่ไม่เยอะ ทำให้จัดสนามได้ง่าย
กติกาเบื้องต้นก็ไม่ซับซ้อน ผู้เล่นจะเริ่มจากการเสิร์ฟใต้ลำตัวข้ามตาข่ายไปยังฝั่งตรงข้าม โดยต้องตีในแนวทแยงเท่านั้น ฝั่งเสิร์ฟเท่านั้นที่สามารถทำแต้มได้ และในช่วงเริ่มเกม ผู้เล่นแต่ละฝั่งจะต้องรอให้ลูกเด้งก่อนค่อยตีตอบกลับ เป็นสิ่งที่เรียกว่า Double Bounce Rule เพื่อความยุติธรรม
ในไทย แม้กีฬานี้ยังไม่แพร่หลายเท่าในอเมริกา แต่เริ่มมีการแนะนำผ่านชมรมสุขภาพ โรงเรียน หรือฟิตเนสต่าง ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุที่มองหากีฬาที่ทั้งเบาและสนุกไปพร้อมกัน ถือเป็นกีฬาน้องใหม่ที่น่าจับตามองในอนาคต
